วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

อาการปวดบ่าและต้นคอ

                                                              อาการปวดบ่าและต้นคอ
       คอเป็นอวัยวะที่มีลักษณะคอด เล็ก บอบบางและละเอียดอ่อน แต่ต้องทำหน้าที่สำคัญคือเป็นทางผ่านของระบบประสาทจากสมองทีควบคุมการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย รวมถึงไขสันหลังและหลอดเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมอง และทุกส่วนของศีรษะ นอกจากนี้คอยังทำหน้าที่รับน้ำหนักของศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย
       เนื่องจากคอมีขนาดเล็ก และมีโครงสร้างที่บอบบางละเอียดอ่อน จึงมีโอกาสได้รับบาดเจ็บได้ง่าย การปวดคอหรือบริเวณใกล้เคียงจึงพบได้บ่อยมาก รองลงมาจากอาการปวดหลัง ซึ่งอาการเจ็บที่พบบ่อยและมีอาการปวดมากคือ "คอตกหมอน"
        สาเหตุของการปวดคอที่พบบ่อย
       1.ภาวะความเครียดจากปัญหาต่างๆ รวมถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้กล้ามเนื้อคอหดเกร็งได้ ซึ่งเมื่อสะสมเป็นเวลานานอาจทำให้มีอาการปวดบ่าและต้นคอได้
       2.ลักษณะท่าทางที่ผิดสุขลักษณะ เช่นการยืนหรือนั่งหลังค่อมงอ หรือพุงยื่นจะทำให้กล้ามเนื้อคอสะสมอาการหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว ซึ้งเมื่อมีการหดเกร็งมากขึ้นก็จะทำให้มีอาการปวดได้ รวมถึงการนอนบนที่นอนหรือหมอนที่ผิดสุขอนามัย เป็นต้น
       3.อุบัติเหตุเล็กน้อยต่างๆที่เกิดจากการเคลื่่อนไหวคอแบบซ้ำๆในกิจวัตรประจำวัน หรืออาจเป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและรุนแรงกว่าปกติ จนทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาด เกร็งตัว เกิดการบาดเจ็บได้
       สาเหตุที่กล่าวมาทั้งสามประการจะส่งผลให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อคอและบ่าได้ ซึ่งเป็นอาการที่พบมากที่สุด และมักทำให้เกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเป็นอาการกระดูกกดทับเส้นประสาท ซึ่งในความเป็นจริงอาการดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณคอ หรือสะบักโดยตรง อาการเช่นนี้มักมีอาการปวดมึนศีรษะร่วมด้วย อาจปวดร้าวไปที่ไหล่ แขน และมือ ขึ้นอยู่กับจุดเจ็บของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นอาการคล้ายเส้นประสาทถูกกดทับอีกด้วย
       การปวดกล้ามเนื้อบ่าและคอจะปวดมากขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อมัดที่มีปัญหาถูกใช้งานมาก จะส่งผลให้บริเวณที่มีอาการปวดมีพังผืดเกาะเป็นก้อน หรือแข็งเป็นลำตามแนวของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะมีจุดกดเจ็บ เมื่อถูกกดจะเจ็บมากขึ้น อาการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นสามารถรักษาให้บรรเทาได้ด้วยการนวดที่ถูกต้องโดยผู้ที่มีความชำนาญ เช่นนักกายภาพบำบัด หรือหมอนวดที่ผ่านการศึกษาด้านการนวดบำบัด และมีประสบการณ์ เป็นต้น
        การดูแลตัวเองเมื่อมีอาการปวดบ่าและคอ
       1.พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการนอนราบจะทำให้คอได้พัก ไม่ต้องรับน้ำหนักของศีรษะ
       2.ระคบด้วยความร้อนชื้น สำหรับรายที่มีอาการปวดไม่รุนแรง สำหรับรายที่ปวดรุนแรงมาก อาจเนื่องจากอุบัติเหตุ ควรประคบด้วยน้ำแข็งสลับกับความร้อนชื้น ทั้งสองกรณีควรทำวันละ 1-2 ครั้งๆละ 10-15 นาที
       3.การเคลื่อนไหวคอช้าๆ โดยการเหลียวมองซ้าย-ขวา สลับกับการก้ม-เงยหน้า และการเอียงคอ ซ้าย-ขวา วันละ 10-15 นาที จะช่วยให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น
       4.หลีกเลี่ยงอิริยาบทที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำ
       5.หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
       6.หลีกเลี่ยงการรับประทานของหมักดอง และเครื่องในสัตว์
                                                                         
                                           .....................................................................